ของประจำการเดินทาง

ตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๕๘ (2015) หน้าที่การงานทำให้ผมต้องเดินทางเกือบทุกอาทิตย์ ไม่ได้ไปไหนไกล ไปแค่ย่างกุ้ง ช่วงวันทำงาน อยู่ย่างกุ้ง สุดสัปดาห์ อยู่กทมกับครอบครัว ระยะการบินก็แค่ ๑ ชั่วโมง การจัดกระเป๋าเดินทาง ก็เริ่มเป็นกิจวัตรที่ทำทุกสัปดาห์ มีที่พักประจำที่ย่างกุ้ง

ข้าวของหลายชิ้น เมื่อแบกไปแบกมาหลายครั้งเข้า ก็พบว่า ไม่จำเป็น ในขณะที่หลายชิ้น ก็พบว่า ทำไมมันถึงจำเป็น มีคนซื้อ และราคาไม่น้อยเลย มีคนถามอยู่เรื่อยๆว่า จัดกระเป๋าเดินทางอย่างไรบ้าง ก็เลยเขียน entry นี้เก็บไว้ว่า ครั้งหนึ่งในชีวิต เราก็แบกของพวกนี้อยู่ทุกอาทิตย์

Gadget

  1. Battery Bank + สายชาร์จ ต่อให้ไม่ใช่คนชอบใช้ gadget ก็เลี่ยงจะพกสิ่งนี้ไม่ค่อยได้แล้วในยุคนี้ ยิ่งมาเจอความน่าจะเป็นเครื่องบินเลื่อนเวลา ต้องรับส่งเมล การใช้งานโทรศัพท์หรือ notebook ยิ่งมากขึ้น ยิ่งต้องมีของชิ้นนี้สำรอง สำหรับผม ใช้ Anker ขนาด 10,000mA กำลังดี มากพอที่จะชาร์จอุปกรณ์ได้ 2 รอบ และขนาดเล็กพอที่จะไม่โดนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสนามบินเรียกดู เท่าที่เจอด้วยตัวเอง สนามบินทั่วไปจำกัดขนาด Battery Bank ไว้ที่ไม่เกิน 30,000mA ผมมีขนาด 20,000mA อยู่ 1ก้อน โดนเรียกดูทุกครั้ง จนเลิกพก ทิ้งไว้ที่ย่างกุ้งเลย เพราะที่โน่น ไฟดับบ่อยอยู่แล้ว เผื่อใช้ตอนไฟดับไปเลย
  2. กล้องถ่ายรูป เคยพกและไม่ได้ใช้ จนเลิกพก และมาเจอเหตุการณ์ที่ต้องใช้ และสามารถหยิบยืมคนรู้จักได้หน้างาน ก็เลยกลับมาพกใหม่ สำหรับผม ขนาด compact สเปกสูง PANASONC LX10 กำลังดี คุณภาพและขนาดอยู่ในระยะที่ผมพอใจ เล็กพอที่จะไม่เป็นภาระ และใส่ในกระเป๋าเล็กได้ คุณภาพดีพอที่จะใช้งานจริงจัง
  3. สายต่อ Notebook เข้าโปรเจคเตอร์ มีทั้ง VGA และ HDMI ในระยะ 12 เดือนที่ผ่านมา ใช้ HDMI เป็นหลัก ดูเหมือนว่า VGA จะค่อยๆลดลงไปแล้ว ถ้าจัดขั้นกว่านี้ ก็ต้องพก Projector ไปเอง  ซึ่งแม้ว่า ขนาดของมันจะลดลงไปมากในปัจจุบันนี้ แต่ก็ยังเกินจำเป็นไปด้วยราคาปัจจุบัน
  4. HD สำรองข้อมูล เก็บหนัง และอื่น เผื่อใช้งาน ขนาดเล็ก ความจุใหญ่ (4TB) แม้จะ Backup ไว้หลายที่ ทั้ง Amazon Cloud, Google Drive, One Drive และ iCloud แต่ก็ยังต้องเผื่อไว้ใกล้ตัว เมื่อจำเป็นต้องใช้ หรือ ไม่มีเน็ทให้ใช้ ก็ยังมีเจ้านี่ไว้แก้ขัด ว่างๆยังมีหนังให้ดูได้ด้วย
  5. Kindle / iPad / Notebook ใช้งานตามสถานการณ์ เจ้า Kindle Voyage อยู่ได้นาน ไม่ต้องชาร์จบ่อย iPad มีไว้อ่านนิตยสารต่างๆ ส่วน Notebook ผมยังชอบขนาด MacBook Air 11นิ้วอายุ 4 ปีตัวนี้มาก มันทน เร็ว และบางพอที่จะพกพาไปหลายๆที่ได้
  6. Noise Cancellation Headphones สำหรับไฟลท์เกิน 90 นาที เจ้าตัวนี้ทำให้การเดินทางไม่น่าเบื่อ และถ้าเป็นไฟลท์ไกลๆล่ะก็ มันทำให้การดูหนังบนเครื่องสนุกมากขึ้นเยอะเลย Bose QC 35 ราคาค่อนข้างแพง ถ้าไม่ได้เดินทางบ่อยจริงๆ ตัวนี้คงไม่คุ้ม อีกหนึ่งประโยชน์ที่ชอบคือ สร้างโลกส่วนตัวได้ดี เมื่อจำเป็นต้องทำงานในที่ๆมีคนอยู่เยอะ
  7. Option: Power Extension Cord + USB Charger ช่วยชีวิตไว้หลายครั้ง แถมยังเผื่อแผ่ให้คนรอบข้างได้ด้วย ไม่ถึงขนาดพกติดตัว แต่ก็มีทุกครั้งที่ต้องเดินทางไปค้างคืน พกหัวแปลง Outlet ไปตัวเดียว เพื่อให้เข้ากับประเทศที่เราไป นอกนั้น ก็ต่อจากสายต่อที่พกไปเอง โดยเฉพาะเจ้า USB Charger มีประโยชน์มาก

อีกชิ้นที่ควรมีไว้ ถ้าต้องค้างคืนตามโรงแรม คือ ลำโพง bluetooth มันทำให้การอยู่ในห้อง ไม่น่าเบื่อเลย

Accessories

  1. แว่นกันแดดและแว่นตา นั่งรถนานๆ มีไว้ ทำให้ชีวิตดีขึ้นเยอะ และสามารถนำมาใช้ตอนวิ่งได้ด้วย ถนอมสายตาในระยะยาว ที่สำคัญ มันช่วยทำให้การนอนบนเครื่องบิน ง่ายขึ้นมาก ส่วนแว่นตา ยังจำเป็นอยู่ ในกรณีที่เดินทางยาว หรือ contact lens หมด สำหรับไฟลท์ ๑-๒ ชั่วโมง ผมยอมนั่งติดหน้าต่าง ขี้เกียจเดินออกเร็ว เลยต้องใส่แว่นกันแดด มันช่วยได้เยอะเลย
  2. ปากกาลูกลื่นและหมึกซึม ผมมีกระเป๋าหลายใบ สลับใช้ตามโอกาส ชอบใช้ปากกาหมึกซึม เขียนสนุก แต่เพื่อกันพลาด ผมจะใส่ปากกาลูกลื่นไว้ในกระเป๋าทุกใบ เผื่อลืมหยิบ ก็ยังมีปากกาให้ใช้ นอกจากเข้ามาเลย์เซียและเวียดนามแล้ว นอกนั้น สำหรับประเทศในแถบนี้ เรายังต้องกรอกฟอร์มตรวจคนเข้าเมืองอยู่ ยังขาดปากกาไม่ได้
  3. กระเป็าเล็ก เพื่อใส่ Gadget และ ของชิ้นเล็ก เมื่อมีของหลายชิ้น กระเป๋าเล็กพวกนี้ ทำให้ของอยู่รวมกัน ไม่กระจายไปทั่วกระเป๋าใหญ่ เผื่อเปิดออกมา ก็หาของง่ายดี ผมชอบแบบใสหรือเป็นตาข่าย มองปุ๊ปแล้วรู้ว่า อะไรอยู่ข้างใน ในนั้น มี USB Drive เล็กๆ สองสามอัน ถ้าจำเป็นต้องแลกไฟล์ ซึ่งณ ปัจจุบัน ลดการใช้งานลงไปมากแล้ว
  4. Option กระติกน้ำเหลี่ยม ถ้าเดินทางสั้น เจ้านี่ไม่จำเป็น แต่ถ้านั่งรถยาวๆ มันช่วยได้เยอะ ที่ต้องเป็นเหลี่ยมเพราะมันผ่าน Airport Security ได้ด้วย เข้าใจว่า เจ้าหน้าที่สนามบินคุ้นเคยแต่กับขวดน้ำทรงกระบอก เพราะเห็นขวดเหลี่ยม คงไม่ได้เอะใจว่า เป็นขวดน้ำ ผ่านมาหมดทั้ง New York, Dallas, Yangon, Singapore และแน่นอน สุวรรณภูมิ
  5. Option เสื้อกันฝน หน้าฝนย่างกุ้งค่อนข้างยาวนานและหนักมาก สิงคโปร์ก็ฝนตกทั้งปี เผื่อไว้ ผมใช้เสื้อฝนสำหรับนักวิ่ง เผื่อใช้ทั้งเดินทางและวิ่ง ในทางปฏิบัติแล้ว ผมใช้น้อยมากๆ หลายๆครั้ง ก็ไม่ได้พกไป

Carry On Luggage

  1. Incase Reform 13″ Tensaerlite ใบนี้คือใบที่อยู่กับตัวตลอดเวลา มีทั้ง notebook kindle และ passport ใช้มา 1 เดือน ชอบมาก ขนาดเล็กพอดีๆ ไม่ให้ใส่เยอะ เลยไม่หนัก และวางใต้ที่นั่งได้สบายๆ ผมไม่ชอบใช้เป้ ชอบทรง Messenger แบบนี้แหละ
  2. กระเป๋าหนัง ในกรณีที่เจ้า Incase เล็กเกินไป ต้องการใส่ของแบบ on-demand ก็ต้องอาศัยใบนี้แทน มาจุดีจัง ข้อเสียก็ตรงที่มันไม่มีรูปทรงตายตัว และเมื่อต้องใส่กล้องถ่ายรูป ก็ทำให้ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการวางกับพื้นหรือเก้าอี้ เพิ่มขึ้น
  3. Delsey Trolley
    ใบนี้ ถูกใจเกือบทุกอย่าง ยกเว้นตรงที่เป็น 2 ล้อ น้ำหนักเบา จุของได้เยอะ มีช่องใส่เสื้อผ้า หรือ สัมภาระเล็ก และมีช่องใน Notebook และ iPad ที่ค่อนข้างใหญ่ ทำออกมาได้ดี เหมาะกับการเดินทางระหว่างวันในสิงคโปร์ หรือ ฮ่องกงมากๆ ลดภาระของไหล่ได้ดีทีเดียว
  4. Rimowa Bolero Business Multiwheel ของทุกอย่างที่กล่าวข้างต้นและไม่อยู่ใน Incase ผมใส่ในนี้ เน้นที่เป็นล้อ ตั้งแต่ออกจากบ้าน มารออยู่ที่สนามบิน 3-4 ชั่วโมง การใช้กระเป๋า 4 ล้อ มันทำให้ชีวิตดีขึ้นมาก และคงเป็นการยากที่จะกลับไปใช้กระเป๋า notebook ใบใหญ่ๆอีก แต่ข้อเสียของกระเป๋าแบบนี้คือ ต้องคอยแย่งที่วาง luggage เหนือที่นั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าต้องบิน low-cost airline ที่เก็บเงินค่าฝากสัมภาระใต้เครื่อง ดังนั้น ผมก็เลยต้องใช้ใบที่มีขนาดเล็กสำหรับ notebook ทำให้ไม่เป็นที่รังเกียจมากนัก แข็งแรง ทนทานตามสไตล์เยอรมัน

2 thoughts on “ของประจำการเดินทาง

  1. Hellomoo

    มีประโยชน์ดีเลยครับพี่ ขอบคุณครับ

    แซว>4. HD หนัง คัดจากพี่หมอรัฐ 555

    Reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *