ประสบการณ์ New York City Marathon (๓)

หนึ่งเดือนก่อนวันวิ่งจริง ผู้จัดจะโปรโมทงานวิ่งอย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นทาง FB page ทางอีเมล และสื่อโฆษณาอื่นๆ เรียกได้ว่า คนซ้อมไปงานนี้ ตื่นเต้นมากขึนเรื่อยๆ แค่ได้อ่านจากสื่อต่างๆ พอๆกับผมเองก็เริ่มทำใจเรื่องทำให้ได้ต่ำกว่า ๔ ชั่วโมง เพราะรู้สภาพร่างกายตัวเอง แต่ก็เชื่ออยู่ลึกๆว่า ไม่น่าแย่เท่าที่สิงคโปร์มาราธอน ซึ่งนั่นล่อไป ๕ ชั่วโมงกับอีกเกือบครึ่งชั่วโมง เพราะอย่างไรเสีย ความเย็นของนิวยอร์คน่าจะช่วยได้อยู่ แต่อาการบาดเจ็บฝ่าเท้า กับ การฟิตให้พร้อมวิ่งตลอดระยะ ๔๒.๑๙๕ กิโลเมตร ยังไงก็ยังไม่เต็มร้อยและซ้อมไม่ทัน

ผมกำหนดเดินทางไปอยู่บ้านน้องสาวผมที่ Texas เกือบ ๑ สัปดาห์ล่วงหน้า จากนั้นก็บินไปนิวยอร์ควันศุกร์ โดยกะว่าจะไปรับ BIB ในเย็นวันศุกร์ เพื่อหลีกเลี่ยงนักวิ่งที่จะไปรับ BIB ในวันเสาร์ ซึ่งผมคาดว่าน่าจะเยอะมาก โดยผมกะว่าจะขอไปวิ่งที่ Central Park ให้ได้ในวันเสาร์เช้า และแวะไปซื้อของใน Expo แทน จากนั้น ก็กลับมานอนคืนวันเสาร์ให้เต็มที่ วันอาทิตย์ต้องตื่นตีสี่ เพื่อมาขึ้นรถไฟ ไปต่อเรือรอบ ๗.๑๕ น. และน่าจะไปทันจุด Start ที่น่าจะเริ่มประมาณ ๑๐ ถึง ๑๑ โมง เมื่อวิ่งเสร็จ ก็นอนในนิวยอร์คอีกคืน แล้วก็กลับไป Texas

สิ่งหนึ่งที่ผมเริ่มพะวงคือ ผมแทบไม่ได้ข้อมูลอะไรจากผู้จัดงานวิ่งเลย ตั้งแต่เลือกวิธีเดินทางไปงานกับการเลือกรับ poncho เสร็จไปตั้งแต่สิ้นเดือนกรกฎาคม

‘ตกลงกูได้ไปวิ่งจริงใช่ไหมเนี่ย’

ผมไปขอ VISA อเมริกา ประมาณสิ้นเดือนกันยายน ใช้เวลาสั้นมาก ราบลื่นอย่างน่าตกใจ เมื่อเทียบกับครั้งแรก เมื่อสิบปีที่แล้ว อุตส่าห์เตรียมไปโม้กับเจ้าหน้าที่ว่าจะไปวิ่ง New York City Marathon แต่เจ้าหน้าที่เห็นข้อมูลเก่าผม ก็ถามแค่ว่ามา renewใช่ไหม เพราะเคยมี VISA สิบปี และหมดอายุไปแล้ว จากนั้น ก็บอกให้ผมกลับไปได้ จะส่งหนังสือเดินทางกลับทาง EMS

‘ว้า ยังไม่ได้เล่าเลย’

สองสัปดาห์ก่อนถึงวันวิ่ง ผมได้รับจดหมายจากทาง New York Road Runners ว่า ผมได้เวลาปล่อยตัวที่ Wave2 ปล่อยตัว ๑๐:๑๕ น. โดยต้องไปประจำที่จุดเขียว และให้ผมพิมพ์จดหมายฉบับนี้ ไปที่งาน Expo เพื่อรับ Race pack

‘เฮ่อ ได้ไปจริงๆแล้วโว้ย’

ผมไปถึงอเมริกา ๑ สัปดาห์ก่อนวิ่งจริง ผมเลือกพักขา เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ โดยวิ่งไปแค่ ๒ ครั้ง ไม่ยาวมากนัก ระหว่างนั้นก็กลับไปหาอ่าน Blog คนอื่นๆที่เคยวิ่งงานนี้ เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม ก่อนหน้าที่จะเดินทางมา ผมเจอ Blog อันนี้ ของ Elizabeth Maiuolo มีคำแนะนำเพิ่มเติมดีๆเพียบ อันหนึ่งที่ผมชอบคือ เธอแนะนำว่า ให้หาซื้อ Mylar blanket เพื่อใช้คลุมตัวก่อนเข้างาน แล้วก็โยนมันทิ้งที่จุด Start จังหวะนี้ ผมเชื่อว่า คนไทยทั่วไป(แน่นอนว่า รวมผมด้วย)ไม่รู้จัก Mylar Blanket พอไปหาดูใน amazon.com ก็ถึงบางอ้อ มันคือผ้าคลุมสีเงินสะท้อนแสง ที่เราเห็นในข่าวอุบัติภัย ที่เจ้าหน้าที่จะให้ผู้ประสบเหตุคลุมตัว ไม่ว่าจะในภาพข่าวจริงหรือในหนัง มีคุณสมบัตรักษาความอบอุ่นของร่างกายได้ มีให้เลือกหลายขนาด แต่ที่ทำให้ผมสะดุดใจที่สุด ราคา ทาง amazon.com มีขายหลายๆแพ็ค แพ็คละ ๔ ผืน หรือมากกว่านั้น เฉลี่ยแล้ว ผืนหนึ่งตกอยู่ที่ $1.00 เท่านั้นเอง ใช่ครับ ไม่ถึง ๔๐ บาท พกง่ายมาก พับแล้วมีขนาดพอๆกับนามบัตร ๕ ใบ ผมเลยสั่งซื้อจาก Amazon ๑ แพ็คเล็กให้ไปส่งที่บ้านน้องผม เมื่อไปถึง ก็แกะออกมาลอง ปรากฎว่า มันผืนใหญ่มาก ขนาด ๕๔ นิ้ว * ๘๔ นิ้ว คลุมตัวเราได้สบายๆ แล้วมันก็อุ่นจริงๆด้วย อย่างนั้น ก็ไม่ต้องเตรียมเสื้อหนาวไปจุด Start แล้ว พกเจ้านี่ไปเลย สองผืน เผื่อไว้ เอาละพร้อมแล้ว ถึงเวลาไปนิวยอร์ค

กำหนดการรับ race pack เปิดรับตั้งแต่ ๙ โมงเช้าถึงหนึ่งทุ่มในวันศุกร์ แต่ตัว Expo ยังเปิดถึงสองทุ่ม ตั๋วเครื่องบินที่ซื้อไว้ จะถึง New York เวลา ๑๖ :๓๐ น. เรามีเวลาเดินทางสองชั่วโมงครึ่ง เนื่องจากว่าเดินทางคนเดียวและไปวิ่งอย่างเดียว ผมเลยให้น้องซื้อตั๋วแบบที่ไม่ต้องเสียเงินฝากกระเป๋าลงใต้เครื่อง นอกจากจะประหยัดเงินแล้ว ยังไม่ต้องเสียเวลารอกระเป๋าด้วย ศึกษาเส้นทางเดินทางจากสนามบินว่าจะไปให้ถึงจุดรับ race kit ในเมืองไว้ เพื่อให้ทันเวลา ผมเคยไปนิวยอร์คมาแล้ว ๑ ครั้ง เมื่อสิบปีที่แล้ว เข้าไปแค่วันเดียว แต่ในใจก็บอกว่า ย่างกุ้ง พนมเปญ เวียงจันทร์ ฮานอย ก็ไปมาแล้ว นี่มัน New York นะโว้ย มันจะยากได้ยังไง

เมื่อถึงวันเดินทาง ล่ำลาน้องสาวผมเสร็จ ก็เข้าไปเช็คอิน เจอ surprise แรก ผมไม่ได้เอะใจเช็คตั๋วเครื่องบินอีกที อ้าว เราไปลงสนามบิน La Guadia หรือนี่ มัวแต่ไปหาอ่านข้อมูลสนามบิน JFK (New York มีสองสนามบิน)

เอ้า ไม่เป็นไร พอมีเวลา เรามาสนามบินเร็ว พอหาข้อมูลอ่านได้จากเน็ท ก็ให้มาเจอ surprise สอง เครื่องบินดีเลย์ ๑ ชั่วโมง โอ้ วายป่วง แล้วนี่กูจะไปถึงกี่โมงกัน(วะ) แล้วจะทันไปรับ race kit ก่อนหนึ่งทุ่มไหม มันแทบจะทำลายวัตถุประสงค์ของการเข้า New York วันศุกร์เลย เพราะวันเสาร์ตั้งใจจะไปวิ่ง อาจจะอดได้เลยนะเนี่ย

ยังไงก็ต้องทำใจ ศึกษาข้อมูล และรีบวิ่งออกไปจากเครื่องให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเข้าไปที่ Jarvits Center ให้ทัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *