ประสบการณ์ New York City Marathon (๑)

New York City Marathon acceptanceเช้าวันเสาร์ที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๘ ระหว่างดื่มกาแฟในช่วงเช้า ได้ยินเสียง SMS เตือนเข้ามาที่โทรศัพท์ จะว่าไป ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะผมตั้งให้รับ SMS เตือน เมื่อมีการหักเงินออนไลน์ไว้ แต่คราวนี้ รสชาติกาแฟในปาก ขมปี๋ขึ้นมาทันทีที่เห็นยอดเงินที่หัก

“US$ 347.00 โดย NewYorkRR”

เฮ้ย เครดิตการ์ดกูโดนแฮ็ค

ว่าแล้วก็โทรไปธนาคาร เพื่อทำการสอบถามทันที พนักงานธนาคารก็เห็นข้อมูลเท่าที่ผมเห็นเหมือนกัน เธอก็แจ้งด้วยความหวังดีว่า ผมยังสามารถยกเลิก transaction นี้ได้ ถ้าคิดว่า เป็นการหักเงินแบบไม่ปกติ

ระหว่างที่เธอหาข้อมูลให้ ผมชักเอะใจ ก็ลอง search ใน Twitter ดู จำไม่ได้จริงๆว่าหา Keyword ไหน แต่น่าจะเป็นคำว่า NewYorkRR (ซึ่งผมมาเจอในภายหลังว่าคือ  New York Road Runners) แต่เจอหลายคนๆบอกว่า I got in แล้วก็ตามด้วยเรื่องราวของ New York Marathon จังหวะนั้นทำเอาผมตกใจเหมือนกัน

หรือว่า กูก็ got in (วะ)

ผมก็แจ้งพนักงานธนาคารไปว่า ไม่เป็นไร ผมขอหาข้อมูลก่อน เธอก็เน้นย้ำก่อนวางสายว่า ถ้าไม่มั่นใจ ให้โทรมายกเลิกบัตรได้เลย เพื่อความปลอดภัย ผมก็ขอบคุณเธอไป แต่ใจตอนนั้น เริ่มมองโลกในแง่ดีแล้วว่า สงสัยเราจะได้ lottery pick ได้ไป New York City Marathon จากนั้น ก็ไปที่เว็บไซด์ของ New York City Marathon ซึ่งมีเขียนไว้ว่า ขั้นตอนของการรับเข้างานจะเป็น ๓ ส่วนคือ หักเงินบัตรเครดิต เปลี่ยนสถานะในเว็บไซด์ และส่งเมลยืนยันเข้าร่วมงาน ซึ่งภายในไม่กี่ชั่วโมง หลังจากนั้น ผมก็ผ่านกระบวนการที่ว่านี้ครบตามลำดับอย่างที่เขาแจ้ง

ผมจำไม่ได้จริงๆว่า ลงชื่อไปตอนไหน แต่จำได้ว่าลงชื่อไปพร้อมเสียค่าธรรมเนียม $10 (ไม่คืนเงินไม่ว่ากรณีใด) ซึ่งก็น่าจะเป็นเดือนแล้ว เนื่องจากงานนี้ เป็นงานมาราธอนใหญ่ระดับโลก อยู่ใน 6 รายการหลัก (Boston, New York, Chicago, London, Berlin และ Tokyo) ความรู้สึกที่จะได้รับคัดเลือก ก็คงเหมือนทุกคนที่ซื้อลอตเตอรี่ อยากได้ แต่ก็รู้ว่ายากมาก

ความรู้สึกแรก เมื่อรู้ว่าได้ ก็แน่นอนว่า ดีใจมาก และความรู้สึกต่อมาคือ เราคงต้องเสียเงินทั้งหมดอีกประมาณหนึ่งแสนบาทเป็นแน่ ทั้งตั๋วเครื่องบิน ที่พักในนิวยอร์ค และค่าใช้จ่ายอื่นๆ แต่ก็เอาเถอะ งานใหญ่แบบนี้ สำหรับนักวิ่งทุกคน ถ้าได้แล้ว ก็ต้องไป ไม่มีใครอยากปฏิเสธแน่ๆ

งานนี้ไม่ใช่งานแรกที่ผมไปวิ่งต่างประเทศ ก่อนหน้านั้น ๑ ปี ผมได้ไปวิ่ง Tokyo Marathon (๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗) ซึ่งนั่นก็ถือว่า ฟลุกมากแล้วที่ได้ งานนั้น ผมจบที่ ๔ ชั่วโมง ๑๘ นาที ๓๐ วินาที ไม่เร็วเลย สำหรับคนอายุ ๔๔ ปีในตอนนั้น มางานนี้ อายุก็ ๔๕ ปี มีเวลาเตรียมตัวล่วงหน้าครึ่งปี ก็ยังหวังว่า น่าจะทำได้ต่ำกว่า สี่ชั่วโมง ก็ต้องลองสินะ

แต่ก่อนอื่น ก็ต้องประกาศใน Facebook ก่อนสิ รออะไรล่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *